ในกลุ่มคนรักสุขภาพ มักเลือกรับประทานน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ (extra virgin olive oil) โดยเชื่อว่าการรับประทานเป็นประจำวันละ 25 เกรน (1 เกรน = 65 มิลลิกรัม) ให้วิตามินอีถึงร้อยละ 50 ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวันในผู้ชาย และร้อยละ 62.5 ในผู้หญิงอีกทั้งยังอุดมด้วยวิตามินเอ ดี เอฟ และเค
ถึงจะเป็นแค่น้ำมันมะกอกธรรมดา มันก็มีประโยชน์ในหลายๆด้าน ดังนี้
ระบบการหมุนเวียนโลหิต ช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (arteriosclerosis) รวมทั้งภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หัวใจวาย ไตวาย และเส้นเลือดในสมองแตก

ประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและกระเพาะอาหาร ช่วยให้ระบบการทำงานของส่วนต่างๆ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ตับอ่อน ลำไส้ และถุงน้ำดี ช่วยป้องกันการเกิดนิ่ว นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า น้ำมันมะกอกช่วยบรรเทาอาการกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ และเป็นยาระบายอ่อนๆ ซึ่งการรับประทานน้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ ในตอนเช้าตอนกระเพาะอาหารว่าง จะเป็นผลดีสำหรับผู้ที่เป็นโรคท้องผูกเรื้อรังอีกด้วย
ประโยชน์ต่อผิวหนัง วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอก ช่วยในการปกป้องหนังกำพร้า ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ช่วยการป้องกันโรคผิวหนัง และลดริ้วรอยเหี่ยวย่น
ประโยชน์ต่อระบบต่อมไร้ท่อ ช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหารในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกันและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยมีการศึกษาพบว่า ระดับกลูโคสของผู้ที่มีสุขภาพดีจะลดลง 12% เมื่อรับประทานน้ำมันมะกอก
ลดภาวะเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ช่วยป้องกันเนื้องอกที่เกิดกับอวัยวะบางส่วน อาทิ เต้านม ต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ ปีกมดลูก เนื่องจากกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันมะกอกช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ และช่วยต่อต้านการก่อตัวของติ่งเนื้อในอวัยวะต่างๆ ที่กล่าวมา
ประโยชน์ต่อเด็กอ่อน ด้วยสารประกอบและคุณสมบัติในการช่วยย่อยอาหาร ทำให้น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำนมของแม่มากที่สุด แม้ว่าน้ำมันมะกอกจะมีปริมาณของกรดไขมันจำเป็นต่ำ แต่สัดส่วนที่มีความสมดุลระหว่างไลโนเลอิค และไลโนเลนิคนั้น เป็นคุณสมบัติที่เหมือนกับที่พบในนมของแม่นั้นเอง







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น